
เพื่อต้อนรับกระแส เวิลด์ คัพ ฟีเว่อร์ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทีมงาน ยูฟ่านิวส์ จะพาคุณผู้อ่าน ไปทำความรู้จักกับทุกชาติที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย วันนี้ถึงคิวกลุ่มกลุ่มแอล ที่ประกอบด้วยทีมขวัญใจมหาชนอย่าง อังกฤษ, โครเอเชีย, กานา เเละ ปานามา
โปรแกรมการแข่งขัน
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. 2569
เวลา : 03.00 น. อังกฤษ พบ โครเอเชีย เวลา : 06.00 น. กาน่า พบ ปานามา
วันพุธที่ 24 มิ.ย. 2569
เวลา : 03.00 น. อังกฤษ พบ กานา เวลา : 06.00 น. ปานามา พบ โครเอเชีย
วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2569
เวลา : 04.00 น. โครเอเชีย พบ กานา เวลา : 04.00 น. ปานามา พบ อังกฤษ

อังกฤษ
ผลงานที่ผ่านมา :
ทีมสิงโตคำราม ขวัญใจชาวไทย เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 16 เเล้ว ถือว่าเป็นทั้งยักษ์ใหญ่เเละตัวเต็งของฟุตบอลโลกมาตลอด ผลงานดีที่สุดคือเเชมป์ครั้งเดียว ในปี 1966 ซึ่งพวกเขาเป็นเจ้าภาพ เอาชนะเยอรมนีตะวันตกไปได้ 4-2
ส่วนผลงานครั้งล่าสุดในปี 2022 พวกเขาไปได้ไกลสุดเเค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยเเพ้ให้ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเเชมป์เก่าตอนนั้น 1-2 ซึ่งมีการเหตุการณ์สำคัญคือ แฮร์รี่ เคน ดาวยิงคนสำคัญยิงจุดโทษพลาด ชวดตีเสมอ กลับบ้านเร็ว
เส้นทางครั้งนี้ :
อังกฤษ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ในฐานะเเชมป์กลุ่ม K ซึ่งประกอบด้วย แอลเบเนีย, ลัตเวีย, เซอร์เบียเเละอันดอร์ร่า
พวกเขาสร้างผลงานที่เเข็งเเกร่ง ผ่านเข้ารอบเป็นทีมเเรกของยุโรป เเละเป็นการเข้ารอบเเบบชนะรวดทั้ง 8 เกม เเละที่สำคัญไม่เสียประตูเลย ยิงไปทั้งหมด 22 ประตู
รายชื่อ 26 นักเตะ :
ผู้รักษาประตู : จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน), ดีน เฮนเดอร์สัน (คริสตัล พาเลซ), เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
กองหลัง : รีซ เจมส์ (เชลซี), ติโน่ ลิฟราเมนโต้ (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด), มาร์ก เกฮี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), อซรี่ คอนซ่า (แอสตัน วิลล่า), จอห์น สโตนส์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), จาเรลล์ ควอนซาห์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), นิโก้ โอไรลี่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), แดน เบิร์น (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด), เฌด สเปนซ์ (สเปอร์ส)
กองกลาง : เดแคลน ไรซ์ (อาร์เซน่อล), เอลเลียต แอนเดอร์สัน (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์), จู๊ด เบลลิงแฮม (เรอัล มาดริด), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เบรนท์ฟอร์ด), มอร์แกน โรเจอร์ส (แอสตัน วิลล่า), ค็อบบี้ เมนู (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), เอเบเรชี่ เอเซ่ (อาร์เซน่อล)
กองหน้า : แฮร์รี่ เคน (บาเยิร์น มิวนิค), ไอแวน โทนี่ย์ (อัล อาห์ลี), โอลลี่ วัตกิ้นส์ (แอสตัน วิลล่า), บูกาโย่ ซาก้า (อาร์เซน่อล), โนนี่ มาดูเอเก้ (อาร์เซน่อล), มาร์คัส แรชฟอร์ด (บาร์เซโลน่า / ยืมตัวจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), แอนโธนี่ กอร์ดอน (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)
กุนซือ :
โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือดังชาวเยอรมัน ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะ เพราะเเม้ก่อนหน้านี้เขาประสบความสำเร็จในระดับสโมสร เคยพาเชลซีคว้าเเชมป์ ยูฟ่า เเชมเปี้ยนส์ลีก พาเปแอสเชคว้าเเชมป์ลีกเอิง พาบาเยิร์น คว้าเเชมป์บุเดสลีก้า เเต่นี่คือครั้งเเรกที่คุมทีมระดับทีมชาติ
เเม้จะคุมทีมอังกฤษผ่านรอบคัดเลือกเเบบชิวๆ เเต่ยังมีเสียงวิจารณ์ว่างานไม่ยาก ยังไม่เจอของจริง พอประกาศรายชื่อก็โดนดราม่าอีก เพราะตัดนักเตะดังออกไปหลายคนทั้ง เทรน อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เเละโคล พาลเมอร์
สตาร์เด่น :
สตาร์เด่นของอังกฤษชุดนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแฮร์รี่ เคน กองหน้าเบอร์ 1 เเละกัปตันทีม ลงสนามไป 105 นัดยิงไป 71 ประตู จากการลงสนาม 105 นัด ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของทัพ "สิงโตคำราม"
ส่วนผลงานกับบาเยิร์น มิวนิคในระดับสโมสรก็สุดโหดยิงไป 61 ประตู จากการลงสนาม 51 นัด ในทุกรายการ
ทำนายผล :
อังกฤษเข้าเเข่งขันรายการไหน ก็มักถูกยกเป็นตัวเต็งตลอด ด้วยรายชื่อนักเตะที่อุดิมไปด้วยเเข้งระดับท็อปของโลก เรียกว่าเเทบเหยียบกันตาย เเต่ครั้งนี้มาเเปลก สตาร์ดังของเเต่ละทีมโดนตัดออกไปรวม 11 คน ที่เรียกมาติดทีมหลายคนชื่อชั้นเป็นรองด้วยซ้ำ นั้นเเสดงให้เห็นว่ากุนซือมองเรื่องระบบทีมมากกว่าชื่อนักเตะ เเต่ถึงจะบอกอย่างนั้นที่ติดทีมมาก็ยังเป็นเเข้งเกรดเอทั้งนั้น
อังกฤษถูกยกเป็นเต็งที่จะคว้าเเชมป์กลุ่มเข้าที่ 1 มีโอกาสไปเจออันดับ 2 กลุ่ม A ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าภาพคือเม็กซิโกในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ก็น่าจะงานไม่ยาก เเละมีโอกาสเจอกับบราซิลในรอบ 16 ทีม ซึ่งดูจากฟอร์มตอนนี้เเซมบ้าน่าจะต้านไม่ไหว ปัญหาต่อไปคืออาร์เจนติน่าในรอบ 8 ทีม อันนี้ 50-50 เลย เเต่ยังมองว่าอังกฤษดีกว่า น่าจะไปได้อย่างน้อยคือรอบรองชนะเลิศ

โครเอเชีย
ผลงานที่ผ่านมา :
โครเอเชียประเทศที่มีประชากรไม่ถึง 4 ล้านคน ในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ๆ มักจะถูกมองข้ามตลอด เเต่มักทำผลงานได้ดีเกินคาดตลอดเช่นกัน นับตั้งแต่ได้รับเอกราช พวกเขาผ่านเข้ารอบสุดท้ายรวมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 7 เเล้ว
3 จาก 6 ครั้ง (ไม่นับครั้งนี้) พวกเขาอาจจะตกรอบเเบ่งกลุ่ม เเต่อีกครึ่งนึง จบอันดับ 3 สองครั้ง เเละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือในปี 2018 คว้ารองเเชมป์มาครอง โดยรอบชิงเเพ้ให้กับฝรั่งเศส ด้วยสกอร์ 2-4
เส้นทางครั้งนี้ :
โครเอเชียผลงานในรอบคัดเลือกเเข็งเเกร่งสุดๆ อยู่ร่วมกลุ่มกับเช็ก, ยิบรอยตาร์, หมูเกาะเเฟโรเเละมอนเตเนโกร พวกเขามีหลุดเสมอไปเกมเดียว ชนะได้ถึง 7 ไม่เเพ้ใครเลย ยิงไป 26 เเละเสียเเค่ 4 ประตูเท่านั้น
รายชื่อ 26 นักเตะ :
ผู้รักษาประตู : โดมินิค ลิวาโควิช (ดินาโม ซาเกร็บ), โดมินิค โคตาร์สกี้ (เอฟซี โคเปนเฮเก้น), ไอวอร์ ปานดูร์ (ฮัลล์ ซิตี้ )
กองหลัง : ยอสโก้ กวาร์ดิโอล (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), ดูเย อาเลตา-คาร์ ( เรอัล โซเซียดาด ), โจซิป ซูตาโล่ (อาแจ๊กซ์), โจซิป สตานิซิช ( บาเยิร์น มิวนิค), มาริน ปองกราซิช (ฟิออเรนติน่า ), มาร์ติน เออร์ลิช (มิดทิลแลนด์), ลูก้า วูชโควิช ( ฮัมบูร์ก)
กองกลาง : ลูก้า โมดริช (เอซี มิลาน), มาเตโอ โควาซิช (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), มาริโอ ปาซาลิช (อตาลันต้า), นิโคล่า วลาซิช (โตริโน ), ลูก้า ซูซิช ( เรอัล โซเซียดาด), มาร์ติน บาตูริน่า (โคโม ), คริสติยาน ยากิช ( เอาก์สบวร์ก), เปตาร์ ซูซิช (อินเตอร์ มิลาน), นิโคลา โมโร่ (โบโลญญา), โทนี่ ฟรุค (ริเยก้า)
กองหน้า : อิวาน เปริซิช ( พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน), อังเดร ครามาริช ( ฮอฟเฟนไฮม์ ), อันเต้ บูดิเมียร์ (โอซาซูน่า ), มาร์โก ปาซาลิช (ออร์แลนโด้ ซิตี้ ), เปตาร์ มูซา ( เอฟซี ดัลลัส ), อิกอร์ มาตาโนวิช (ไฟร์บวร์ก)
กุนซือ :
ซลัตโก ดาลิช เข้าคุมทีมชาติโครเอเชียตั้งแต่ปี 2017 เกือบ 10 ปีเเล้ว และเป็นผู้พาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในปี 2018 คว้ารองเเชมป์ รวมถึงอันดับ 3 ในปี 2022 ด้วย เเม้จะยังไม่มีเเชมป์ติดมือ เเต่ผลงานในรายการใหญ่ๆ ก็ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโครเอเชียตลอดกาล
ส่วนผลงานอื่นๆ เขาเเทบไม่มีอะไรเลย คุมทีมระดับสโมสรเล็กๆ ในลีกตะวันออกกลางและโครเอเชีย อย่าง อัล-ไอน์, อัล-ฮิลาล เเละ วาร์เทคส์
สตาร์เด่น :
จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ลูก้า โมดริช ที่จะเล่นฟุตบอลเป็นสมัยที่ 5 เเละน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขาเเล้ว เพราะอายุปาเข้าไป 40 ปีเเล้ว เจ้าของบัลลงดอร์ 2018 จากผลงานที่พาทีมคว้ารองเเชมป์ ลงสนามไป 197 นัด และยิงไปทั้งหมด 29 ประตูในนามทีมชาติ
เเม้อายุจะเยอะเเต่ยังเป็นกำลังสำคัญเเละรักษาร่างกายเป็นตัวจริงให้ทีมได้อีกด้วย
ทำนายผล :
โครเอเชียดูเเล้วน่าจะต้องเเย่งเเชมป์กลุ่มกับอังกฤษ จุดเด่นของพวกเขาคือนักเตะที่เล่นด้วยกันมานาน ชุดที่เรียกมาเเทยจะเป็นชุดเดิมๆจากครั้งที่เเล้วเลย มีนักเตะอายุมากเข้ามาหลายคน เเต่นั้นหมายถึงประสบการณ์ ถ้าพวกเขาเข้าอันดับ 2 จะเจอกับอันดับ 3 ดีที่สุดในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งยังดูยาก เเต่มองเเล้วน่าจะผ่านไปได้ ศักยภาพดีพอ มองว่าผ่านรอบ 32 เเละ รอบ 16 ได้ มีเเววไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นอย่างน้อย

กานา
ผลงานที่ผ่านมา :
กานาทีมเเกร่งจากแอฟริกาใต้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกมาเเล้ว 5 ครั้ง รวมครั้งนี้ด้วย ครั้งเเรกคือในปี 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนั้นผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วย
ส่วนผลงานดีที่สุดของพวกเขาคือในปี 2010 ผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ชนิดที่น่าจะได้ไปต่อ เพราะการเเพ้ให้กับอุรุกวัยมาพร้อมเหตุการณ์สุดดราม่าที่หลุยส์ ซัวเรซ เอามือปัดบอลที่กำลังจะเข้าประตู เเล้วกานายิงจุดโทษไม่เข้าทำให้ตกรอบ
เส้นทางครั้งนี้ :
กานาอย่างที่บอกเป็นยักษ์ใหญ่ของทวีปอยู่เเล้ว รอบคัดเลือกเเทบไม่มีปัญหาอะไร คว้าเเชมป์กลุ่ม I มาครองด้วยผลงาน เเข่ง 10 ชนะ 8 เสมอ 1 เเพ้ 1 ผ่านเข้ารอบมาเเบบชิวๆ
รายชื่อ 26 นักเตะ :
ผู้รักษาประตู : ลอว์เรนซ์ อาติ-ซิกี (เซนต์ กัลเลน), โจเซฟ อานัง (เซนต์ แพทริกส์ แอตเลติก), เบนจามิน อาซาเร (ฮาร์ตส์ ออฟ โอก)
กองหลัง : อาลิดู ไซดู (แรนส์), โจนาส อัดเจเทย์ (เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก), อับดุล มูมิน (ราโย บาเยกาโน), กิเดียน เมนซาห์ (โอแซร์), อับดุล ราห์มาน บาบา (พีเอโอเค), เจโรม โอโพกู (อิสตันบูล บาซักเซฮีร์), โกโจ เพพราห์ โอปปง (นีซ), เดอร์ริก ลุคกัสเซน (ปาฟอส), มาร์วิน เซนายา (โอแซร์)
กองกลาง : คาเล็บ ยิเรงยี (นอร์ดสเยลลันด์), โทมัส พาร์เทย์ (บียาร์เรอัล), ควาซี ซิโบ (โอเบียโด),อ็องตวน เซเมนโย (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), เอลิชา โอวูซู (โอแซร์), ออกุสติน โบอักเย (แซงต์-เอเตียนน์)
กองหน้า : อับดุล ฟาทาวู (เลสเตอร์ ซิตี้), จอร์แดน อายิว (เลสเตอร์ ซิตี้), แบรนดอน โทมัส-อาซันเต (โคเวนทรี ซิตี้), คริสโตเฟอร์ บอนซู บาห์ (อัล-ควาดเซียห์), อินากี วิลเลียมส์ (แอตเลติก บิลเบา), กามัลดีน ซูเลมานา (อตาลันตา), เออร์เนสต์ นัวมาห์ (โอลิมปิก ลียง), พรินซ์ ควาเบนา อาดู (วิกตอเรีย เพิลเซน)
กุนซือ :
หลังจากที่อ็อตโต แอดโดถูกปลดออกจากตำแหน่งก่อนการแข่งขัน 72 วัน คาร์ลอส เคย์รอซ กุนซือมากประสบการณ์ ถูกตั้งตั้งเข้ามารับเผือกร้อน โดยเขาจะกลายเป็นกุนซือคนที่สามที่คุมทีมในฟุตบอลโลกมากถึง 5 ครั้ง ต่อจากโบรา มิลูติโนวิช (5 ครั้งเช่นกัน) และคาร์ลอส อัลเบร์โต ปาร์เรย์รา (6 ครั้ง)
เคย์รอซมีชื่อเสียงจากการเป็นอดีตผู้ช่วยของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จมากมาย ส่วนการขึ้นคุมทีมชุดใหญ่ เเม้จะยังไม่เคยได้เเชมป์ใดๆ เเต่ก็พาทีมลุยฟุตบอลโลก 4 ครั้ง คืออิหร่าน 4 ครั้งเเละโปรตุเกส 1 ครั้ง
สตาร์เด่น :
กานาชุดนี้ อุดมไปด้วยนักเตะดังอย่าง จอร์แดน อายิว อดีตดาวดังพรีเมียร์ลีกรวมถึง โทมัส พาร์เทย์ อดีตกองกลางอาร์เซน่อล เเต่คนที่เด่นที่สุดในชุดนี้คงหนีไม่พ้น อ็องตวน เซเมนโย เเนวรุกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเขายิงไปถึง 21 ประตูรวมทุกรายการ เเบ่งเป็นกับบอร์นมัธ 10 ประตู จากนั้นในเดือนมกราคมย้ายไปแมนซิตี้ก็ทำได้ถึง 11 ประตู พาทีมคว้าดับเบิ้ลเเชมป์บอลถ้วยในประเทศ
เเม้สถิติในนามทีมชาติจะไม่มีเท่าไหร่ ทำได้เเค่ 3 ประตูจาก 34 นัดที่ลงสนาม เเต่ตอนนี้ศักยภาพเขาเพิ่มขึ้นสูงมาก มีโอกาสเฉิดฉายในบอลโลก
ทำนายผล :
กานาถ้าดูจากชื่อชั้นพวกเขายังเป็นเบอร์ 3 ของกลุ่ม เป็นรองอังกฤษเเละโครเอเชีย เพราะฉะนั้นเกมเเรกที่จะเจอปานามาต้องชนะให้ได้ เเละ 2 เกมที่เหลือขอสัก 1 เเต้ม มีโอกาสจบอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย เเต่นั้นจะทำให้พวกเขาต้องไปเจอทีมยักษืใหญ่เเน่นอน เเละมีโอกาสจอดที่รอบนั้น

ปานามา
ผลงานที่ผ่านมา :
ปานามาผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกมาเเล้ว 2 ครั้ง ครั้งเเรกในปี 2018 เเต่ก็ไม่น่าจดจำเท่าไหร่ เพราะเเพ้รวดทั้ง 3 เกม ต่ออังกฤษ เบลเยียม และตูนิเซีย เสียประตูมากที่สุดถึง 11 ลูก เเต่ก็มีเรื่องน่าจดจำ คือเกมที่โดนสิงโตำครามถล่มยับ 6 เม็ด พวกเขาจารึกยิงประตูเเรกในฟุตบอลโลกได้ 1 ลูก เเม้จะเเพ้ 1-6 เเถม เเต่เป็นการเเพ้ยักษ์ใหญ่อย่างอังกฤษ เเละผู้ที่ทำประตูได้ก็คือ เฟลิเป้ บาลอย ส่วนอีก 1 ประตูที่ยิงได้ในเกมเเพ้ตูนิเซียคือการทำเข้าประตูตัวเอง
เส้นทางครั้งนี้ :
ปานามาผ่านเข้ารอบสุดท้ายในฐานะเเชมป์กลุ่มเอ โซนคอนคาเคฟ โดยพวกเขาร่วมกลุ่มกับซูรินาเม,กัวเตมาลาเเละเอลซัลวาดอร์ ชนะ 3 เสมอ 3 เเบบไม่เเพ้ใครเลย
เหมือนจะดูชิวๆ เเต่พวกเขาก็ต้องลุ้นเหนื่อย โดยเฉพาะเกมสุดท้าย เพราะซูรินาเม่เเพ้กัวเตมาลาในเกมสำคัญทำให้ปานามาการันตีผ่านเข้ารอบมาได้
รายชื่อ 26 นักเตะ :
ผู้รักษาประตู : ออร์ลันโด้ มอสเกรา (อัล-เฟย์ฮา), หลุยส์ เมเญ่ (สโมสรนาซิอองนาล), เซซาร์ ซามูดิโอ (ซีดี มาราธอน)
กองหลัง : เซซาร์ แบล็คแมน (สโลวาน บราติสลาวา), ฮอร์เก้ กูติเอเรซ (เดปอร์ติโบ ลา กัวอิรา), อามีร์ มูริลโล (เบซิคตัส), ฟิเดล เอสโกบาร์ (เดปอร์ติโบ ซาปริสซา), อันเดรส อันเดรด (แอลเอเอสเค), เอ็ดการ์โด้ ฟาริญา (เอฟซี ปารี นิซนีย์ นอฟโกรอด), โฮเซ่ กอร์โดบา (นอริช ซิตี้), เอริก เดวิส (ซีดี พลาซา อามาดอร์), จิโอวานี รามอส (อคาเดเมีย เปอร์โต กาเบลโล) โรเดอริก มิลเลอร์ (ตูราน โตวูซ)
กองกลาง: อนิบัล โกดอย (ซานดิเอโก เอฟซี), อัดัลแบร์โต้ การ์ราสกิญ่า (ยูนัม ปูมาส), คาร์ลอส ฮาร์วีย์ (มินนิโซตา ยูไนเต็ด เอฟซี), คริสเตียน มาร์ติเนซ (อิโรนี่ เคอร์ยัต ชโมน่า), โฮเซ่ หลุยส์ โรดริเกซ (เอฟซี) ฮัวเรซ), เซซาร์ ยานิส (ซีดี โคเบรซาล), โยเอล บาร์เซนาส (มาซาตลัน เอฟซี), อัลเบร์โต้ ควินเตโร (ซีดี พลาซา อามาดอร์), อาซาเรียส ลอนโดโญ่ (ซีดี ยูนิเวอร์ซิดัด กาโตลิกา)
กองหน้า: อิสมาเอล ดิอาซ (คลับ เลออน), เซซิลิโอ วอเตอร์แมน (ยูนิเวอร์ซิดัด เด คอนเซปซิยอน), โฆเซ่ ฟาจาร์โด้ (ซีดี ยูนิเวอร์ซิดัด คาโตลิก้า), โตมาส์ โรดริเกซ (เดปอร์ติโบ ซาปริสซา)
กุนซือ :
โธมัส คริสเตียนเซ่นเข้ามาคุมทีมปานามาตั้งเเต่เดือนกรกฎาคม 2020 อยู่ในตำเเหน่งยาวนานที่สุด รวมๆ 6 ปีเเล้ว ยกระดับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม พาทีมเล็กๆทีมหนึ่ง
ส่วนในระดับสโมสรเคยคุมทีมอย่างลีดส์ ยูไนเต็ด และรอยัล ยูเนี่ยน แซงต์-ฌิลลัวส์ ในเบลเยียมมาก่อน เเต่ก็ไม่มีผลงานอะไร ได้รองแชมป์โกลด์คัพปี 2023 และเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศโคปาอเมริกาในปี 2024 และผ่านเข้าชิงคอนคาแคฟ เนชั่นส์ ลีกเมื่อปีที่แล้ว ในการแข่งขันทั้งสามรายการนั้น ปานามาเอาชนะสหรัฐอเมริกาได้ทั้งหมด
สตาร์เด่น :
อิสมาเอล ดิอาซ ปีกความเร็วสูงน่าจะเป็นนักเตะคีย์แมนของปานามาชุดนี้ เขาเป็นดาวซัลโวของทีม ยิงไป 17 ประตู จากการลงสนาม 54 นัด เเถมยังเป็นผู้คว้ารางวัลรองเท้าทองคำในรายการโกลด์คัพเมื่อปีที่แล้วอีกด้วย
ปัจจุบันเขาค้าเเข้งอยู่กับคลับ เลออน ลีกในประเทศเม็กซิโก ฤดูกาลที่เเล้วเขาทำได้ 10 ประตู ถือเป็นผลงานที่ไม่เลว
ทำนายผล :
ด้วยระบบใหม่ของฟีฟ่าทำให้การเเข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ทีมเล็กๆได้ผ่านรอบเเบ่งกลุ่มมากขึ้น เเต่โจทย์ของปานามาดูยากเหลือเกินคือต้องเก็บให้ได้สัก 2 คะเเนนเพื่อลุ้นเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด เริ่มจากเกมเเรกกับกานาต้องมีสักเเต้ม เเล้วไปลุ้นผลิกเอาคะเเนนจากโครเอเชียหรืออังกฤษ ซึ่งดูเเล้วยากเอาการ ยังมองว่าปานามาไม่น่าผ่านรอดเเรก น่าจะตกรอบเเบบเเพ้รวดด้วย









