
ทีมชาติอังกฤษอุ่นเครื่องก่อนทำศึกฟุตบอลโลก 2026 ไปเรียบร้อยทั้ง 2 นัดแล้วนะครับ ก่อนที่กุนซือชาวเยอรมันอย่าง โธมัส ทูเคิ่ล จะนำทัพสิงโตคำรามลุยศึกใหญ่ที่ทวีปอเมริกาเหนือ
คู่แข่งที่เอฟเอเลือกให้พลพรรค ทรี ไลอ้อนส์ ได้อุ่นแข้ง คือ 2 ชาติที่ไม่ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปีนี้ ทั้ง นิวซีแลนด์ และ คอสตาริกา
อังกฤษ เก็บชัยได้ตามหน้าเสื่อ ด้วยการชนะรวดทั้ง 2 เกมแบบไม่เสียประตู ปราบ นิวซีแลนด์ 1-0 ก่อนจะตบ คอสตาริกา ไปสบายๆ 3-0 ถือเป็นการรักษามาตรฐานยอดเยี่ยมจากรอบคัดเลือก ที่ทำสถิติชนะ 8 เกมรวดแบบเก็บคลีนชีตทุกนัด
สิ่งสำคัญของการอุ่นเครื่องกับทีมรองบ่อน 2 นัดนี้ ไม่ใช่เรื่องผลการแข่งขัน แต่เป็นการ “ซ้อมใหญ่” ของนักเตะที่ โธมัส ทูเคิ่ล คิดจะใช้ในเวทีจริง ซึ่งอังกฤษจะอยู่ในกลุ่ม L ร่วมกับ โครเอเชีย, กานา และ ปานามา
ไม่ใช่กลุ่มที่ยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกมเปิดหัวรอบแบ่งกลุ่มที่ต้องพบกับ โครเอเชีย ซึ่งมีดีกรีรองแชมป์ปี 2018 ตามด้วยอันดับ 3 ในปี 2022
การอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ที่อัด คอสตาริกา 3-0 ดูเหมือนว่าเราพอจะเดาใจ โธมัส ทูเคิ่ล ได้คร่าวๆ แล้ว ว่าเขาคิดจะจัด 11 คนแรกในเกมสำคัญกับทีมตาหมากรุกให้ออกมาเป็นแบบไหน
หลังจบเกมที่ อังกฤษ ชนะ คอสตาริกา แบบสบายๆ 3-0 ซึ่งยังชี้วัดอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเป็นแค่เกมเคาะสนิม ส่วนคู่แข่งก็มาตรฐานต่ำเกินไป นักข่าวได้ถาม โธมัส ทูเคิ่ล ว่า 11 ตัวจริงที่ส่งลงนัดซ้อมใหญ่แมตช์นี้ จะได้ออกสตาร์ทในเกมกับ โครเอเชีย ครบทั้งหมดหรือเปล่า
ทูเคิ่ล ตอบสั้นๆ ว่า “อาจจะ”

ในเกมเจอทีมกล้วยหอม ทูเคิ่ล เลือกนักเตะส่วนใหญ่ที่เป็นกำลังหลักมาตั้งแต่รอบคัดเลือก นำโดยดาวยิงกัปตันทีมตัวความหวังอย่าง แฮร์รี่ เคน
จอร์แดน พิคฟอร์ด ยังยึดมือหนึ่งต่อไป หลังเป็นตัวจริงมานานตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2018
เดคแลน ไรซ์ กองกลางตัวแบกจาก อาร์เซน่อล ยังไงก็การันตีตำแหน่งตัวจริงแน่นอน เช่นเดียวกับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ว่าที่มิดฟิลด์ค่าตัวทะลุร้อยล้านปอนด์จาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
นี่คือ 4 คนที่จองตำแหน่งตัวจริงแน่นอน 100% ถ้าไม่เจ็บไม่ป่วย ส่วนอีก 7 คนที่เหลือ ดูเหมือนว่าอาจจะดูว่าใครอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดในตอนนี้
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก เพราะดูเหมือนว่า จอห์น สโตนส์ จะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจของ ทูเคิ่ล สำหรับตำแหน่งนี้ แม้จะได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมารวมกันแค่ 439 นาทีก็ตาม
ทูเคิ่ล มองว่า สโตนส์ คือปราการหลังที่ครบเครื่อง ทางบอลดี ไม่ช้าเกินไป และหวังพึ่งลูกเซตพีซได้ ถ้าหากเขาอยู่ในสภาพฟิตพร้อมสมบูรณ์ นี่จะเป็นคนที่ ทูเคิ่ล เลือกเป็นตัวจริงเสมอ
2 นัดหลังสุด กุนซือเมืองเบียร์ส่ง จอห์น สโตนส์ ลงตัวจริงทั้ง 2 เกม และเก็บคลีนชีตทั้ง 2 นัด มีโอกาสสูงที่จะให้เป็นตัวยืน ส่วนอีกคนต้องเลือกระหว่าง มาร์ค เกอี หรือ เอซรี่ คอนซ่า
แต่ดูเหมือน คอนซ่า จะมีภาษีดีกว่านิดหน่อย เพราะได้ลงตัวจริงในเกมกับ คอสตาริกา ซึ่งเป็นแมตช์ซ้อมใหญ่ และเป็นคนที่ได้ออกสตาร์ทถึง 7 จาก 8 นัดในรอบคัดเลือก
ตำแหน่งแบ็กขวา คาดว่า รีซ เจมส์ จะเป็นตัวเลือกแรก เพราะยังไงชื่อชั้นก็ยังดูดีกว่า ติโน่ ลิฟราเมนโต้ หรือ เจด สเปนซ์ แถมดาวเตะกัปตันทีม เชลซี ยังหวังผลเรื่องการเปิดลูกเซตพีซ หรือฟรีคิกระยะอันตรายได้ด้วย
ขณะที่แบ็กซ้าย น่าจะเป็น นิโก้ โอไรลี่ ยืนหนึ่ง ในฐานะที่ได้เสื้อหมายเลข 3 ไปสวมใส่ และเป็นคนที่ได้ออกสตาร์ทในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์

ปีกซ้ายก็คงจะเป็น แอนโธนี่ กอร์ดอน สตาร์ตัวใหม่เอี่ยมอ่องจาก บาร์เซโลน่า เพราะเกมล่าสุดทำผลงาน ยิง 1 จ่าย 1 และเป็นนักเตะที่สลับตำแหน่งในแนวรุกได้ตลอด เขาดูจะเป็นคนที่ ทูเคิ่ล จะพิจารณาก่อน มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เหมาะกับการส่งลงมาเป็นตัวสำรองมากกว่า
ปีกขวา ปกติแล้ว ตัวเลือกแรกคือ บูคาโย่ ซาก้า แต่สภาพร่างกายของดาวเด่นจาก อาร์เซน่อล ไม่เต็มร้อยนัก ทำให้ โนนี่ มาดูเอเก้ ได้โอกาสลงก่อนในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด และเขาคือปีกที่เป็นตัวตายตัวแทนของ ซาก้า โดยตรงในต้นสังกัดด้วย
ที่น่าสนใจมากๆ คือตำแหน่งจอมทัพหมายเลข 10 เพราะปกติแล้ว มอร์แกน โรเจอร์ส จะเป็นตัวเลือกแรกของ โธมัส ทูเคิ่ล เสมอ
แต่ในเกมกับ คอสตาริกา คนที่ได้ยืนเป็นกองกลางตัวรุกตัวจริงคือ จู๊ด เบลลิงแฮม ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าหากอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด เขาคือนักเตะที่คลาสสูง และน่ากลัวสำหรับคู่แข่งมากกว่า โรเจอร์ส
นี่คือจุดที่คาดเดายากมาก ว่าสุดท้ายอดีตกุนซือ เชลซี จะเลือกอะไร ระหว่างความคงเส้นคงวาของ มอร์แกน โรเจอร์ส หรือประสบการณ์ในเวทีที่สูงกว่าจาก จู๊ด เบลลิงแฮม
ขณะที่ เอเบเรชี่ เอเซ่ ซึ่งติดทีมมาในฐานะมิดฟิลด์ตัวรุกอีกคน น่าจะเป็นตัวสำรองก่อนแน่นอน เพราะช่วงที่ผ่านมา ก็มักจะถูกใช้งานน้อยกว่าดาวเตะจาก แอสตัน วิลล่า อย่างชัดเจน
ด้วยความที่ทีมชาติอังกฤษคือทีมขวัญใจมหาชน ซึ่งแฟนบอลรู้ฟอร์มนักเตะทุกคนเป็นอย่างดี ทำให้ไม่ว่า โธมัส ทูเคิ่ล จะจัดทีมออกมายังไง ก็คงจะไม่สามารถถูกใจทุกคนได้
แต่ที่แน่ๆ ก็คือ อังกฤษ คือทีมที่มีขุมกำลังพร้อมปรับเปลี่ยนเกมได้ตลอดเวลา มีแค่ พิคฟอร์ด, ไรซ์, แอนเดอร์สัน และ เคน เท่านั้น ที่เป็นตัวยืน

รอบแบ่งกลุ่ม น่าจะไม่ใช่ปัญหาที่พลพรรคสิงโตคำรามจะผ่านไปได้ แต่สำคัญมากคือต้องห้ามพลาดตำแหน่งแชมป์กลุ่ม เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่ต้องเจอตัวเต็งอย่าง สเปน, ฝรั่งเศส หรือ อาร์เจนตินา จนกว่าจะถึงรอบรองชนะเลิศ
เกมแรกจึงเป็นนัดสำคัญมากที่ต้องชนะ โครเอเชีย ไว้ให้ได้ก่อน จากนั้นอีก 2 เกมที่เจอกับ กานา และ ปานามา ก็งานเบาไปเยอะแล้ว
อังกฤษ ในยุคของ โธมัส ทูเคิ่ล ถือเป็นทีมที่เล่นไม่ดุดันมากนัก แต่เชี่ยวชาญเรื่องความแน่นอน และเก็บผลการแข่งขัน
พวกเขาทำได้ดีมากในรอบคัดเลือก ส่วนเกมอุ่นเครื่อง 2 เกมล่าสุด แม้จะเล่นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ก็ยังยากที่คู่แข่งจะเจาะประตูพวกเขาได้
แต่บททดสอบแท้จริง จะอยู่ที่ทัวร์นาเมนต์เริ่ม ว่าพวกเขาจะยกระดับทีมให้มี “ออร่า” ทีมที่พร้อมไปเป็นแชมป์ได้ขนาดไหน ซึ่งปกติแล้ว ทีมแชมป์ฟุตบอลโลกจะค่อยๆ แสดงความน่ากลัวออกมาเรื่อยๆ เมื่อค่อยๆ ผ่านเข้ารอบลึกขึ้น









