
เมินคำว่าแก่! “สามเอ” มั่นใจกระดูกมวยดับสด “อาลีฟ” คืนบัลลังก์วัยเลขสี่ ศึก The Inner Circle 23
“สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” เจ้าตำนานมวยไทยจากบุรีรัมย์ ยืนยันมุ่งมั่นเต็มร้อย พร้อมสยบรุ่นน้องพลังสด “อาลีฟ ส.เดชะพันธ์” กำปั้นลูกครึ่งไทย-มาเลเซีย คว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล (115-125 ป.) มาครองให้ได้ในรายการ The Inner Circle 23 ที่จะเปิดฉากขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 69
ไฟต์ล่าสุด “สามเอ” สานต่อฟอร์มแรงเก็บชัย 3 ไฟต์ติดต่อกัน ด้วยการชนะน็อกยก 2 “เอลเมห์ดี เอล จามารี” จากโมร็อกโกในศึก ONE Fight Night 42: เชส vs จาบีร์ เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาไปแบบสุดมันพร้อมคว้าโบนัส 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1,600,000 บาท) มาครองได้เป็นครั้งแรก
“ไฟต์ล่าสุดกับ เอลเมห์ดี ช่วงยกสองผมเตะก้านคอใส่เขาและตามด้วยหมัดจนได้นับก่อน จากนั้นเดินเข้าไปกดดันต่อจนได้นับเป็นครั้งที่ 2 แตอนนั้นผมอยากปิดเกม จึงเร่งเกมมากเกินไป ทำให้โดนสวนกลับจนร่วงลงไปเสียนับ”
“หลังจากนั้นผมพยายามเรียกสติกลับมา จนกระทั่งเขาก้าวเข้ามาออกหมัดฮุก ผมจึงเตะก้านคอสวนกลับไป ซึ่งเป็นลูกปิดเกมที่ซ้อมประจำ เมื่อถึงเวลาต้องใช้จริง ร่างกายก็ทำงานไปตามแบบที่เตรียมมาครับ”
ชัยชนะดังกล่าวส่งผลให้ “สามเอ” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต คนแรกในประวัติศาสตร์ ได้รับโอกาสขึ้นชิงเข็มขัดอีกครั้งในวัย 42 ปี โดยต้องพบกับ “อาลีฟ” ซึ่งเดิมทีวางตัวให้ชิงบัลลังก์จาก “พระจันทร์ฉาย ป๋องสุพรรณ พีเค.” แต่เนื่องจากแชมป์ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บไม่พร้อมป้องกันตำแหน่ง ทำให้ “สามเอ” ได้ชิงเข็มขัดเฉพาะกาลกับ “อาลีฟ” แแท
“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้โอกาสให้ขึ้นชิงเข็มขัดอีกครั้ง กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ผมต้องผ่านคำดูถูกมากมาย แต่ผมไม่เคยให้สิ่งเหล่านั้นมามีผลต่อฟอร์มการชก และตั้งใจพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าผมยังกลับมาเป็นแชมป์ได้”
“ยอมรับว่าหลังแพ้น็อกให้กับ พระจันทร์ฉาย เคยมีช่วงที่ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า หรือเราจะไปต่อไม่ไหวแล้ว เพราะตอนนั้นกระแสวิจารณ์หนักมาก แต่กำลังใจจากภรรยาที่เชื่อว่าผมทำได้ ร่างกายผมยังไหว ทำให้ผมมีกำลังใจพร้อมเดินหน้าสู้ต่ออีกครั้งครับ”
ด้าน “อาลีฟ” คู่ชกวัย 22 ปี กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ล่าสุดหยุดสถิติไร้พ่ายของ “รามาดาน ออนดาช” จากเลบานอนด้วยคะแนนเอกฉันท์ ในศึก ONE Fight Night 38: ฟาบริซิโอ vs เอ็งค์-ออร์กิล เมื่อเดือน ธ.ค. 68 ครองสถิติชนะ 5 ไฟต์ติด แต่งานนี้ “สามเอ” ไม่หวั่นความสดของรุ่นน้อง พร้อมอาศัยกระดูกมวยและความแข็งแกร่งลุยบู๊เดือดตั้งแต่ต้นจนจบ
“อาลีฟ มีจุดเด่นที่รูปร่างสูง ช่วงชกยาว คาดเดาได้ยากว่าจะมาสู้ในรูปแบบไหน ส่วนอาวุธที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือลูกเตะที่รวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงมีแม่ไม้มวยไทยครบเครื่อง ถือเป็นมวยที่อันตรายรอบด้าน”
“ช่วงหลังที่ อาลีฟ ทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง เป็นเพราะมีความมั่นใจ ร่างกายสมบูรณ์ และอยู่ในช่วงที่ฟอร์มกำลังขึ้น ทุกอย่างจึงดูลงตัวไปหมด อย่างไรก็ตาม เขายังมีจุดอ่อนให้เห็น แต่ขออุบก่อนไว้ไปดูกันบนเวทีครับ”
นอกจากนี้ในวัยก้าวขึ้นเลขสี่ “สามเอ” ยืนยันว่าร่างกายพร้อมสู้เต็มที่ และไม่หวั่นที่ต้องเจอมวยสไตล์แบบ “อาลีฟ” ที่ถูกแฟนมวยมองว่าชอบเดินถอยหนีเน้นชิงจังหวะ พร้อมชี้เกมมีสิทธิ์จบแบบไม่ต้องพึ่งใบคะแนนด้วย
“สมัยชกมวย 5 ยก ผมเจอนักมวยสไตล์คล้ายกับ อาลีฟ มาเยอะ มั่นใจว่ารับมือได้ นอกจากนี้ ผมยังเชื่อว่าได้เปรียบเรื่องกระดูกมวย และถ้าเขาเลือกถอย ผมจะเป็นฝ่ายเดินไล่บี้เขาเอง”
“ไฟต์นี้ผมคิดว่ามีโอกาสจบไม่ครบยกสูง เพราะต่างฝ่ายต่างอยากปิดเกมให้ได้ ผมยืนยันว่าร่างกายฟิตเต็มร้อย พร้อมเปิดเกมแลกอาวุธได้ตลอดทั้ง 5 ยกครับ”
“สามเอ” ย้ำชัดถึงความต้องการในช่วงโค้งสุดท้ายของอาชีพที่อยากจะพิสูจน์ฝีมือให้ทุกคนเห็นว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข ด้วยการแลกเดือดกับ “อาลีฟ” แบบลืมวัย เพื่อลุ้นคว้าเข็มขัด ONE มาพาดบ่าอีกครั้งให้ได้
“ไฟต์นี้มีความสำคัญมากสำหรับผม เพราะตั้งแต่วันที่ตัดสินใจกลับมาชกอีกครั้ง ผมก็ยืนยันมาตลอดว่าต้องการกลับมาเป็นแชมป์โลก ONE อีกครั้งให้ได้ ดังนั้นไฟต์นี้ถ้า อาลีฟ ไม่ทำให้ผมหลับบนเวที ผมก็ไม่มีทางยอมทิ้งตัวแน่นอน”
“ฝากถึง อาลีฟ น้องอายุยังน้อย ยังมีโอกาสอีกเยอะ เข็มขัดเส้นนี้พี่ขอก่อนนะ แล้วเจอกันครับ”





